ในเวลานั้นเป็นช่วงที่ผู้คนกำลังให้ความสนใจบริโภคผักปลอดสาร

กันอย่างกว้างขวาง ขณะที่ภายในรีสอร์ตมีพื้นที่บริเวณติดกับแม่น้ำแควน้อย ก็เลยถากถางเพื่อปรับปรุงเป็นแปลงปลูกผักปลอดสารนานาชนิดเพิ่มขึ้นอีก เพราะต้องการนำผักที่ปลูกอย่างปลอดภัยไร้สารเคมีมาทำเมนูอาหารให้แขกที่มาพัก เพื่อจะได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ

ความที่ไม่มีความรู้ด้านเกษตร จึงทำให้คุณสุเทพค้นคว้าหาข้อมูลด้วยตัวเอง พร้อมกับได้ไปขอคำปรึกษาจากทางเกษตรอำเภอเพื่อหาแนวทางที่ถูกต้อง แล้วได้เริ่มปลูกผักหวานเป็นชนิดแรก เนื่องจากเห็นว่าควรจะปลูกพืชผักที่ดูแลง่ายก่อน แล้วใช้ปุ๋ยคอกเป็นขี้วัวใส่เท่านั้น

ในเวลาต่อมาจึงเพิ่มประเภทผักที่ปลูกอีก ได้แก่ ถั่วฝักยาว แตงกวา แตงร้าน ใบมัน รวมทั้งผักสวนครัวหลายชนิด นอกจากนั้น ยังปลูกผักตามฤดูกาลอย่าง คะน้า กะหล่ำ ผักสลัด

คุณสุเทพ ชี้ว่าผักทุกชนิดเน้นการปลูกและการดูแลในแบบอินทรีย์ ดังนั้น จึงมักพบปัญหาโรค/แมลง บ่อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีพื้นที่ใกล้เคียงของชาวบ้านที่ปลูกพืชด้วยการใช้สารเคมี จึงทำให้แมลงศัตรูหลบมากินผักที่ปลูกไว้ในรีสอร์ต แต่ทางรีสอร์ตก็ได้ปรึกษากับนักวิชาการและกูรูหลายท่าน พร้อมกับตั้งรับด้วยการใช้แนวทางธรรมชาติป้องกันและสกัดไว้ด้วยการใช้ยาสูบมาละลายน้ำฉีดพ่น หรือใช้น้ำหมักชีวภาพที่นำเอาพืชผักผลไม้ที่เหลือทิ้งในแต่ละวันมาหมัก เพื่อใช้ฉีดเข้าช่วย

กรรมการผู้จัดการ บอกว่า ปลูกพืชผักหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นผักใบ สมุนไพร ไผ่กิมซุ้ง รวมถึงไม้ผลอย่าง แก้วมังกร และกล้วยน้ำว้า โดยใช้พื้นที่รวมทั้งหมด 5 ไร่ ปริมาณผักชนิดต่างๆ ที่ปลูกไว้สามารถนำมาใช้กับครัวอาหารได้อย่างดีมาก ช่วยลดต้นทุนการซื้อผักบางชนิดได้เกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ แถมยังมีแม่ค้ามารับซื้อไปขายที่ตลาดด้วย เพราะรู้ว่าปลูกผักอินทรีย์อย่างแท้จริง

พืชผักบางอย่างไม่เพียงนำมาใช้คู่กับการปรุงอาหาร แต่ยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นเครื่องดื่มสุขภาพไว้บริการเสิร์ฟลูกค้าที่เข้ามาพัก ไม่ว่าจะเป็น ตะไคร้ ใบเตย หรือแม้แต่มะนาว ดังนั้น พืชเหล่านี้จึงจำเป็นต้องปลูกให้มากกว่าชนิดอื่น

อีกทั้งเห็นว่ายังพอมีพื้นที่ว่างอีก รวมถึงได้เปรียบในเชิงกายภาพ เพราะมีความสมบูรณ์ของดินและน้ำ ก็เลยจะจัดวางผังการปลูกไม้ชนิดต่างๆ โดยแยกเป็นไม้ล้มลุกอายุสั้นที่จะปลูกสลับหมุนเวียนกันไป หรือไม้อายุยืน แล้วยังมีแนวคิดต่อไปอีกว่าจะเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่มาพักในรีสอร์ตได้เข้ามาเดินช็อปเพื่อเลือกผักที่ต้องการซื้อกลับบ้านด้วย

ด้วยความที่เป็นรีสอร์ตที่ใส่ใจกับการปลูกผักอินทรีย์คุณภาพเพื่อให้ลูกค้าได้บริโภคผักที่ปลอดภัย ดังนั้น เวลานำเสนอประชาสัมพันธ์จึงใช้คอนเซ็ปต์ “สวนผักปลอดสาร” ชูไว้ เพื่อดึงลูกค้าให้เข้ามาพัก จึงถือเป็นจุดขายของรีสอร์ต แล้วยังจัดเป็นกิจกรรมที่สร้างความสนใจให้แก่ลูกค้าในกลุ่มสุขภาพด้วย

“ตั้งใจทำธุรกิจรีสอร์ตเพราะต้องการให้ลูกค้าที่มาเที่ยวมีที่พักสบายในบรรยากาศธรรมชาติ แล้วยังตั้งใจจะปรุงอาหารจากพืชผักที่ปลอดภัยเพื่อสุขภาพของลูกค้าด้วย” คุณสุเทพ กล่าว

สุดสัปดาห์นี้ ถ้ายังไม่มีโปรแกรมท่องเที่ยวที่โดนใจ ลองหาเวลาเดินทางไปเที่ยวที่อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อไปพักผ่อนแบบสบายๆ ใกล้กรุงเทพฯ แล้วหากยังไม่มีที่พัก ลองสอบถามห้องพักไปที่ โยโกะ ริเวอร์แคว รีสอร์ต (Yoko Riverkwai Resort) เพราะไม่เพียงท่านได้สัมผัสกับความเป็นธรรมชาติอย่างใกล้ชิด แต่ยังได้มีโอกาสรับประทานผักปลอดภัยที่ดีต่อสุขภาพไปพร้อมกันด้วย

ช่วงไม่กี่ปีมานี้ มนุษย์เงินเดือนกลุ่มหนึ่งตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพเป็นเกษตรกรเต็มตัว “คุณนิศากร ฝ้ายเครือ” หรือ คุณว่าน อายุ 31 ปี ก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอผู้นี้จบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เคยเป็นนักข่าวทีวีท้องถิ่นที่จังหวัดราชบุรี และทำงานสังกัดกรมอนามัยมาก่อน ขณะที่สามี “คุณกันย์ คันโธ” หรือ คุณตั้ว จบปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม เคยเป็นพ่อครัวอยู่ที่ร้านอาหารไทยในประเทศอังกฤษ ตอนนี้ช่วยครอบครัวในการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขณะเดียวกันก็มาเป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญในฟาร์มไฮ่ฮักด้วย

รวมกลุ่มสามพรานโมเดล

ฟาร์มแห่งนี้ปลูกพืชแบบผสมผสาน ในเนื้อที่กว่า 10 ไร่ ตั้งอยู่ที่ ตำบลทุ่งหลวง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี โดยยึดหลักทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 และแม้คุณว่านจะเพิ่งเริ่มทำเกษตรอย่างจริงจัง เมื่อปี 2559 แต่ตอนนี้ผลผลิตของฟาร์มก็มีขายแล้ว เพราะมีพืชผักผลไม้หลากหลายชนิด อาทิ มะนาว มะกรูด มะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวแกง ไผ่รวกหวาน มะม่วง มะละกอ สับปะรด นอกจากนี้ ยังเลี้ยงไก่ไข่ 200 ตัว และยังมีโรงเรือนเห็ดเป๋าฮื้อญี่ปุ่น ขนาด 4×6 เมตร 3 โรงเรือน ซึ่งฟาร์มแห่งนี้มีทั้งอุปกรณ์รดน้ำอัตโนมัติ และไฟส่องสว่างแบบโซล่าร์เซลล์

คุณว่าน เล่าว่า เดิมพื้นที่ฟาร์มเป็นไร่มะขามเทศและมะม่วง ดินทราย ให้ชาวบ้านเช่าปีละไม่กี่บาท ต่อมาถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นสวนไม้หอม (กฤษณา) กว่า 2,000 ต้น ซึ่งมีระบบน้ำหยด และมีบ่อเลี้ยงปลา แต่เกิดปัญหาเรื่องปลวก จาก 2,000 ต้น เหลือไม่ถึง 100 ต้น ดังนั้น จึงปรับเปลี่ยนมาปลูกต้นไม้อื่นๆ เพื่อให้มีรายได้เป็นค่าใช้จ่ายในฟาร์ม โดยเน้นทำเกษตรอินทรีย์ พร้อมร่วมเข้ากลุ่มกับทางสามพรานโมเดลที่เป็นกลุ่มเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดนครปฐม

ในการขายผลผลิตของฟาร์มไฮ่ฮัก แบ่งเป็น 2 ส่วน คือขายให้คนในท้องถิ่น ส่งตลาดค้าส่งผัก หรือมีคนมารับจากหน้าสวนไปต่อ มะนาวคละไซซ์ ขายกิโลกรัมละ 25 บาท เห็ดเป๋าฮื้อญี่ปุ่น กิโลกรัมละ 50 บาท มะพร้าวน้ำหอม ลูกละ 4-10 บาท หน่อไม้รวกหวาน กิโลกรัมละ 15 บาท และใบมะกรูด กิโลกรัมละ 40 บาท

ส่วนที่ 2 ขายในตลาดสุขใจ ซึ่งเป็นตลาดเกษตรอินทรีย์ และขายผ่านออนไลน์ มะนาวคละไซซ์ กิโลกรัมละ 50 บาท ไข่ไก่อารมณ์ดี ฟองละ 5-9 บาท และน้ำมะนาวคั้น ปรุงรส 220 มิลลิลิตร ขวดละ 80 บาท

คุณว่าน บอกว่า ผลิตภัณฑ์ของฟาร์มไฮ่ฮักมีจุดเด่นตรงที่สดใหม่มาก โดยทุกครั้งที่นำผลผลิตมาจำหน่ายผักและผลไม้จะมีอายุไม่เกิน 1 วัน และไข่ไก่ เก็บไม่เกิน 3 วัน ซึ่งหาได้ยากมากสำหรับผลผลิตการเกษตรที่มีอยู่ตามไฮเปอร์มาร์เก็ต และรับรองได้เลยว่าไม่มีสารเคมี

วิธีการดูแล เห็ดเป๋าฮื้อญี่ปุ่น

เจ้าของฟาร์มไฮ่ฮักให้เหตุผลถึงการเลือกเพาะเห็ดเป๋าฮื้อญี่ปุ่นว่า เนื่องจากเป็นเห็ดที่มีรสชาติอร่อยมาก แม้ตลาดจะยังมีน้อยก็ตาม อีกอย่างก้อนเชื้ออยู่ได้นานถึง 7 เดือน โดยทางฟาร์มใช้ระบบให้น้ำแบบอัตโนมัติ เพื่อลดภาระของครอบครัว

คุณว่าน แจกแจงว่า กว่าจะทำเห็ดเป๋าฮื้อญี่ปุ่นได้อยู่ตัว ใช้วิธีเรียนรู้จากการทำจริง จดบันทึก และเฝ้าดูมากกว่าที่จะหาอะไรมาฉีดพ่นเร่งให้ออกเยอะ ดอกสวย เพราะที่ผ่านมาสิ่งที่ทางฟาร์มทดลองทำตามสูตรที่หาได้ หรือจากการแนะนำผู้มีความชำนาญ ล้วนแต่ใช้สารเร่งทั้งนั้น ทั้งแบบเคมีและชีวภาพ สร้างความเคยชินให้กับก้อนเชื้อ ถ้าถูกกระตุ้นถึงจะผลิดอก ออกก้านอวบใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางฟาร์มเคยทำในเห็ดรอบแรก เนื่องจากเป็นก้อนเชื้อที่ไม่ใช่อินทรีย์ แต่ถูกอัดด้วยผงชูรสแสนวิเศษ ดีเกลือ (MgSO4.7 H2O) หรือยูเรีย ทำให้ในก้อนเชื้อมีอาหารมากขึ้น ออกได้เยอะ อายุของก้อนเชื้อก็อยู่นาน นาน 8-9 เดือนเลย

ขณะที่ตอนนี้คือ เชื้อก้อน รอบที่ 2 ที่ฟาร์มทำ แต่ยังเป็นก้อนเชื้อที่มีผงชูรสเหมือนเดิม เพราะการจะทำก้อนเชื้อที่เป็นอินทรีย์จริง ต้องหาผู้ผลิตที่ไว้ใจได้ ซื่อสัตย์ ไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง เจ้าของกล้าทดลอง หรือไม่ก็ต้องทำก้อนเชื้อเสียเองเลย ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ยังไม่สามารถหาผู้ผลิตก้อนเชื้อที่เป็นอินทรีย์ได้ จึงใช้วิธีดูแลรักษาก้อนเชื้อในแบบวิถีทางที่ไม่เป็นอันตรายต่อตัวคนทำและผู้บริโภค เน้นให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด

เธออธิบายว่า จากประสบการณ์ของการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อรอบแรก พบว่า เห็ดเป๋าฮื้อ ชอบอากาศร้อนชื้น กลัวความหนาวแห้ง และทนกับความแห้งได้ดี ซึ่งทางฟาร์มใช้ทามเมอร์ตั้งเวลารดน้ำทุก 12 ชั่วโมง ในช่วงอากาศปกติ หากเป็นช่วงฤดูฝน จะรดน้ำวันละ 1 ครั้ง หรือวันเว้นวัน

พอถึงช่วงฤดูหนาว จะหยุดให้น้ำเลยเหมือนเป็นวันพักร้อนของก้อนเชื้อ เพราะถึงจะรดน้ำตามปกติ หรือบ่อยขึ้นเพื่อเพิ่มความชื้น และนำผ้าใบมาล้อมรอบโรงเรือนเพื่อคุมความชื้น ก็ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้อยู่ดี

ทั้งนี้ ในการดูแลรักษาทำความสะอาดโรงเรือนเป็นเรื่องพื้นฐานที่ต้องเก็บกวาด ต้องสังเกตสิ่งแปลกปลอม แมลง สัตว์มีพิษ สำรวจดูก้อนเชื้อ และกำจัดก้อนที่เป็นโรค เช่น ราเขียว ราดำ ราเมือก ราส้ม และหนอนแมลงหวี่ การกำจัดคือ นำไปฝัง เผา หรือทิ้งให้ไกลจากโรงเรือนกันสปอร์ปลิวกลับ

คุณว่าน บอกอีกว่า กรณีเห็ดออกน้อยลง หรือใช้เวลาในการพักเชื้อนาน จะถอดคอหรือจุกพลาสติกออก แล้วขูดหน้าก้อนทิ้ง งดให้น้ำ 3-4 วัน เหมือนการบ่มเชื้อใหม่ แล้วให้น้ำตามปกติ เห็ดก็จะออกเหมือนวันแรกที่เปิด

ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

คุณว่าน ระบุว่า ทางฟาร์มมีการวางแผน 2 ระยะ แผนระยะสั้น จะเพิ่มผลผลิตในฟาร์มให้เพียงพอกับความต้องการ ผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าเกษตรปลอดสารพิษ มีมากขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ส่วนแผนระยะยาว จะทำเกษตรแปรรูป โดยใช้ผลผลิตในฟาร์ม เช่น ไข่ เห็ด มะนาว มะพร้าว ฯลฯ ในฟาร์ม นำมาแปรรูปเป็นสินค้าสำเร็จรูปบรรจุพร้อมรับประทาน ในลักษณะที่มีรสชาติอร่อย ปลอดสารกันบูดและผงชูรส เพราะทางฟาร์มคำนึงถึงสุขภาพของผู้บริโภคเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

“ดิฉันคิดว่า ทฤษฎีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 เหมาะสมกับอาชีพเกษตรที่สุด เพราะผลกำไรที่เกิดขึ้นจากการขายผลผลิตในฟาร์มให้กับผู้บริโภค คือความสุขใจที่เรารู้ว่าเราได้มอบสิ่งที่ดี มีคุณภาพเยี่ยม ไม่มีสารเคมีหรือฮอร์โมนเร่งใดๆ เมื่อผู้บริโภคได้รับประทานผลผลิตจากฟาร์ม จะมีความมั่นใจ และเชื่อมั่นว่าเราเป็นของแท้ ทำให้มีการบอกต่อ ซื้อซ้ำ นอกจากนี้ มีลูกค้าบางกลุ่มมาขอดูงานที่ฟาร์ม และซื้อผลผลิตหน้าฟาร์มเลย”

ในส่วนของการทำตลาดนั้น เธอว่า ทางฟาร์มมีความสุขมากกับการบุกตลาดล่าง (Below the Line) ที่ทางตลาดของเครือข่าย (สามพรานโมเดล) มีทั้งการรวมกลุ่มกันจัดตั้งตลาดนัด รวมถึงการทำตลาดนัดสัญจรตามหน่วยงานต่างๆ ในเมือง ซึ่งหากจะเปิดฟาร์มแบบไม่พึ่งพากลุ่ม ไม่มีพันธมิตร ถามว่าสามารถหาตลาดแบบนี้ได้ไหม ตอบว่าได้ แต่เหนื่อยมาก เพราะแทนที่จะมีกระบวนการสองอย่างหลัก คือกิจกรรมในไร่ และการนำสินค้าไปขายในตลาด จะต้องเพิ่มกระบวนการเสาะหาตลาดเพิ่มเติมอีก

ในส่วนของการขายสินค้าออนไลน์ เธอว่า ในตอนนี้เป็นการตลาดขั้นรองเสียมากกว่า เป็นประเภทสั่งซื้อผลผลิตในไร่ซ้ำจากลูกค้าประจำ สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่อยากมาทำอาชีพเกษตรกรรมแบบนี้บ้าง เธอให้คำแนะนำว่า การเข้ามาทำงานสายเกษตรก็เหมือนกับการที่จะต้องเตรียมตัวก่อนเข้าทำงานในแต่ละบริษัท คือต้องมีการศึกษาธรรมเนียมองค์กร และสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ เพียงแต่ว่างานเกษตร หน้าที่ที่ทำจะเป็นเหมือนตำแหน่งผู้จัดการ หมายถึงต้องทำหน้าที่ได้ทุกอย่าง ขณะที่การหากลุ่มเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ที่อยู่ละแวกบ้านเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะกลุ่มจะเป็นผู้ให้คำแนะนำและให้กำลังใจในการลงมือทำการเกษตรอินทรีย์

นับเป็นตัวอย่างเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มุ่งมั่นอยากให้ลูกค้าได้รับประทานของดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพจริงๆ

สนใจผลผลิตของฟาร์มไฮ่ฮัก หรืออยากไปศึกษาดูงาน ติดต่อสอบถาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี วางวิสัยทัศน์ (Vision) เป็น “มหาวิทยาลัยแห่งการสร้างนักปฏิบัติมืออาชีพด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมในระดับประเทศและระดับสากล” ผลการดำเนินงานของ มทร. ธัญบุรี ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม คว้ารางวัลจากเวทีประกวดผลงานในระดับนานาชาติได้อย่างมากมาย ยกตัวอย่าง เช่น

หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน เพื่ออาหารปลอดภัยและการเกษตรแบบยั่งยืน
ผลงานของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรณ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้รับรางวัล Special Prize จากองค์กรด้านนวัตกรรมของประเทศไต้หวัน นวัตกรรมชิ้นนี้ผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อการพัฒนาการปลูกและผลิตอาหารปลอดภัยแบบยั่งยืน เนื่องจากหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนมีคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างจากตลาด คือช่วยเร่งการออกผลผลิตนอกฤดูกาลได้ตลอดทั้งปี ควบคุมโรคทางราก ลำต้น เพิ่มภูมิคุ้มกันโรค ทำให้พืชสามารถเติบโตได้ดีแม้มีสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย เพิ่มผลผลิต ลดการใช้สารเคมี สารเคมีกำจัดศัตรูแมลง ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ลดต้นทุน สามารถใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีได้ ผลผลิตทางการเกษตรมีปริมาณวิตามิน เกลือแร่ และสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าปกติ รสชาติหวาน เนื้อแน่น ได้น้ำหนัก

ผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างสีเขียว จากผลพลอยได้ของโรงงานไฟฟ้าชีวมวล
ผลงานของ นายประชุม คำพุฒิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เป็นผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างที่ได้จากการนำผลพลอยได้จากโรงงานไฟฟ้าชีวมวล เช่น เถ้าชีวมวลประเภทต่างๆ เส้นใยธรรมชาติหรือวัสดุที่ให้ค่าพลังงานความร้อนต่ำ ที่ถูกคัดแยกไม่นำไปเผาไหม้เป็นเชื้อเพลิง มาเป็นส่วนผสมสำคัญในการผลิตวัสดุก่อสร้างต้นทุนต่ำและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยวัสดุก่อสร้างทุกประเภทที่ผลิตมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มีความสวยงาม สามารถใช้เป็นวัสดุก่อสร้างสำหรับอาคารเขียวได้

ผนังฉนวนความร้อนสำเร็จรูปจากไม้โตเร็วและพืชพลังงาน
ผลงานของ นายประชุม คำพุฒิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้มีลักษณะเป็นระบบผนังสำเร็จรูป 3 ชั้น ขนาดแผ่นละ 30×60 ตารางเซนติเมตร โดยที่ด้านนอกทั้ง 2 ด้าน เป็นแผ่นอัดที่ทำจากไม้โตเร็ว ติดกับแกนกลางที่ทำจากพืชพลังงานมาอัดเป็นแผ่นความหนาแน่นต่ำ ได้เป็นผลิตภัณฑ์ระบบผนังฉนวนความร้อนสำเร็จรูปที่มีน้ำหนักเบา คงทน ใช้เวลาในการติดตั้งรวดเร็ว สะดวก โดยการใช้เดือย สลัก และอุปกรณ์ยึด ซึ่งไม่ก่อให้เกิดฝุ่นและเศษสิ่งสกปรกขณะติดตั้งเป็นผนังก่อสร้างอาคารสำหรับประหยัดพลังงาน

ระบบควบคุมสำหรับโรงเพาะเห็ดถั่งเช่าอัตโนมัติ
ผลงานของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จักรี ศรีนนท์ฉัตร และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้รับรางวัล Special Prize จากประเทศโรมาเนีย เป็นระบบที่ออกแบบเพื่อใช้ควบคุมสภาพแวดล้อมและปัจจัยที่สำคัญสำหรับการเติบโตของเห็ดถั่งเช่าแบบอัตโนมัติ เช่น อุณหภูมิต่างๆ ความชื้นและออกแบบระบบฆ่าเชื้อ ระบบดูดคาร์บอน รวมถึงการเก็บข้อมูลต่างๆ ผ่านระบบ online data logger ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวจะช่วยให้เห็ดถั่งเช่าสามารถสร้างสารคอร์ไดซิปิน หรือคอร์ไดซิปิน แอซิด ได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้น ระบบควบคุมสำหรับโรงเพาะเห็ดถั่งเช่าแบบอัตโนมัติช่วยให้เกษตรกรสร้างผลผลิตเห็ดถั่งเช่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รถแทรกเตอร์อัตโนมัติไร้คนขับ นำทางด้วยระบบ GPS สำหรับเกษตรกรสมัยใหม่
ผลงานของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จักรี ศรีนนท์ฉัตร และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้รับรางวัล Special Prize จากประเทศบัลแกเรีย และสาธารณรัฐประชาชนจีน รถแทรกเตอร์อัตโนมัติไร้คนขับ นำทางด้วยระบบ GPS สำหรับเกษตรกรสมัยใหม่นี้ เป็นรถขับเคลื่อนด้วยสองล้อหลัง ใช้ต้นกำลังเป็นเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 15 HP เพื่อขับปั๊มน้ำมันไฮดรอลิกส์ การขับเคลื่อนของรถแทรกเตอร์ใช้กำลังจากแรงดันและอัตราการไหลของน้ำมันไฮดรอลิกส์ แบบ Hydro-static ทั้งระบบ สามารถทำงานได้ทั้ง 2 ระบบ คือการทำงานแบบอัตโนมัติ และการบังคับด้วยรีโมทควบคุมระยะไกล การนำไปใช้ประโยชน์ จะใช้เป็นระบบต้นกำลังทั้งในส่วนของการเตรียมแปลง การปลูก การดูแลรักษา และการเก็บเกี่ยว สำหรับเกษตรกรรมสมัยใหม่

ผลงานของ คุณณัฐชรัฐ แพกุล และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้รับรางวัล Special Prize จากองค์กรด้านนวัตกรรมของประเทศแคนาดา ผลิตภัณฑ์ซอสหอยขม ผลิตโดยใช้เนื้อหอยขม นำมาเคี่ยวกับส่วนผสมต่างๆ และนำมาสกัดเพื่อให้ได้ซอสหอยขมชนิดเข้มข้น มีความใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์ซอสหอยที่จำหน่ายตามท้องตลาด สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายประเภท เช่น นำไปผัดกับอาหาร ผัดกับผักชนิดต่างๆ ใช้เป็นเครื่องปรุงรสต่างๆ ในการประกอบอาหารได้ โดยสามารถใช้แทนซอสหอยนางรมได้ 100% อีกทั้งยังมีปริมาณคอเลสเตอรอลที่ต่ำกว่ามาก และมีราคาต้นทุนการผลิตต่ำกว่าอีกด้วย

“เซรั่มบำรุงผิวหน้า จากสารสกัดเงาะพันธุ์สีชมพู ขนาดนาโนที่ใช้เทคโนโลยีนีโอโซม ซึ่งพัฒนาจากกะทิ”
โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. กรวินท์วิชญ์ บุญพิสุทธินันท์ และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้รับรางวัล Special Prize จากองค์กรด้านนวัตกรรมของประเทศแคนาดา ผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผิวหน้า ได้พัฒนาจากสารสกัดเงาะพันธุ์สีชมพู ซึ่งเป็นพืชที่เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของอำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ประเทศไทย ซึ่งจะช่วยในการลดริ้วรอย มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นที่สูง มีฤทธิ์ในการลดจุดด่างดำ และทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้น นอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยีนีโอโซม ซึ่งได้มีการเติมกะทิลงไปในอัตราส่วนที่เหมาะสมในการพัฒนาประสิทธิภาพการกักเก็บสารสกัดเงาะพันธุ์สีชมพู และมีประสิทธิภาพซึมผ่านผิวได้มากยิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์นี้เป็นตัวอย่างที่ดีในการนำผลผลิตทางการเกษตรมาพัฒนาต่อยอดให้เกิดการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และอุตสาหกรรมเครื่องสำอางได้

“เครื่องผสมปุ๋ยชีวภาพ”
“เครื่องผสมปุ๋ยชีวภาพ” ผลงานนวัตกรรมจาก โครงการ “Learning Express” โครงการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี (RMUTT) และ Singapore Polytechnic (SP) ประเทศสิงคโปร์ อีกหนึ่งโครงการของกองยุทธศาสตร์ต่างประเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ภายใต้การดูแลของ รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐา คุปตัษเฐียร ผู้ช่วยอธิการบดี ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์ต่างประเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ที่สร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับนักศึกษาและคณาจารย์ด้วยการสร้างประโยชน์ให้กับคนในชุมชนด้วยความถนัดตามสาขาวิชาเอกของตนเอง

รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐา คุปตัษเฐียร ผู้ช่วยอธิการบดี เปิดเผยว่า โครงการ Learning Express : RMUTT-SP ดำเนินการมาแล้ว 5 รุ่น เป็นโครงการที่ร่วมพัฒนากระบวนการคิด สร้างประสบการณ์การเรียนรู้โดยตรงผ่านการลงมือทำให้กับนักศึกษาไทยและนักศึกษาสิงคโปร์อย่างเต็มที่ ดำเนินกิจกรรมเป็นทีมสหวิชาการ (Multi-disciplinary) ในการสร้างนวัตกรรมเพื่อชุมชน (Social Innovation) ผ่านกระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) เป็นทักษะในการคิดเพื่อฝึกให้นักศึกษาช่วยแก้ปัญหาในชุมชนต่างๆ ผ่านขั้นตอนการสัมภาษณ์ของผู้อยู่ในชุมชน การระดมสมอง การคิดร่วมกับชุมชน ภายใต้การดูแลและแนะนำของ Facilitator ประจำแต่ละกลุ่ม

โดย “เครื่องผสมปุ๋ยชีวภาพ” เกิดจากการลงพื้นที่ Learning Express 2 ที่นำนักศึกษาของทั้งสองสถาบัน เข้าศึกษาเรียนรู้กระบวนการทำงานและวิถีชีวิตของเกษตรกร ณ โรงเรียนพันท้ายนรสิงห์วิทยา ชุมชนโคกขาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ภายใต้การดูแลของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สานิตย์ดา เตียวต๋อย และ อาจารย์เดชรัชต์ ใจถวิล เพื่อให้นักศึกษาทั้งสองสถาบันสำรวจความต้องการของชาวบ้านในชุมชนโคกขาม ร่วมกันศึกษาหาแนวทางและวิธีแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับความต้องการของชาวบ้าน

พบว่า ชาวบ้านในชุมชนโคกขามต้องการกระบวนการทำปุ๋ยชีวภาพจากขี้แดดนาเกลือให้สะดวกรวดเร็วและได้ปริมาณมาก เนื่องจากที่ผ่านมานั้นชาวบ้านใช้วิธีการผสมด้วยมือและอุปกรณ์ทางการเกษตร ทำให้ใช้แรงงานและเวลาในการทำปุ๋ยเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีการผลิตน้อย จากปัญหาดังกล่าว ที่นักศึกษาจากโครงการได้ร่วมกันแก้ปัญหา คิดค้น และออกแบบเครื่องผลิตปุ๋ยชีวภาพตัวต้นแบบที่สอดคล้องกับความต้องการของชาวบ้านชุมชนโคกขามแล้ว กลุ่มนักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้แก่ นายธิติภัทร หาพรต นายพิษณุ มีมุข และ นายบดินทร์ สว่างศรี จึงได้ต่อยอดการออกแบบและสร้างเครื่องผสมปุ๋ยชีวภาพดังกล่าวให้เป็นเครื่องผลิตปุ๋ยจริงขึ้นมา โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐา คุปตัษเฐียร และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศิริชัย ต่อสกุล อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ เป็นที่ปรึกษา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศิริชัย ต่อสกุล เล่าว่า เครื่องผลิตปุ๋ยชีวภาพเครื่องนี้ สามารถผสมปุ๋ยจากขี้แดดนาเกลือได้ในปริมาณมาก อีกทั้งยังทำให้ส่วนผสมต่างๆ เข้ากันได้เป็นอย่างดี ช่วยลดระยะเวลาและเป็นเครื่องทุ่นแรงให้แก่เกษตรกร การทำงานของเครื่องผลิตปุ๋ยนี้ใช้มอเตอร์ ขนาด 3 แรงม้า เป็นเครื่องต้นกำลังเพื่อไปขับชุดเกียร์ทดเพื่อส่งกำลังไปยังใบกวน ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องสามารถผสมปุ๋ยจากขี้แดดนาเกลือได้ ครั้งละ 50 กิโลกรัม ซึ่งมีกำลังการผลิตไม่น้อยกว่า 500 กิโลกรัม ต่อวัน สามารถลดคนงานในการผสมปุ๋ยชีวภาพได้ถึง 2 คน และเพิ่มปริมาณการผสมปุ๋ยชีวภาพให้กับชาวบ้านได้ 130 กิโลกรัม ต่อวัน

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ Learning Express ตอบโจทย์ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน นักศึกษาของทั้งสองสถาบันการพัฒนาตนเองในการสื่อสารจนเกิดความเข้าใจ ประสบการณ์ในการสร้างนวัตกรรมเพื่อชุมชนพัฒนาทักษะการคิด การทำงานเป็นทีม สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนด้วยวิชาชีพของตนเอง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณชลธิชา ศรีอุบล กองประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี โทร. (02) 549-4994

“พุทรานมสด” ผลไม้รสหวาน เป็นที่นิยมอย่างมากในหลายพื้นที่ เนื่องจากสามารถปลูกได้ทั้งพื้นที่ดอนและพื้นที่ราบลุ่ม สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี โดยผลผลิตจะออกมากในช่วงฤดูหนาว

ที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เว็บ SBOBET เกษตรกรนิยมปลูกพุทรานมสดกันมาก เนื่องจากพื้นที่เหมาะสม ผลผลิตออกมาดี นอกจากพุทรานมสดจะเป็นผลไม้ที่สามารถปลูกได้ในแทบทุกพื้นที่แล้ว ความหวาน กรอบ อร่อย และกลิ่นหอม ก็ถือเป็นอีกลักษณะเด่นที่ทำให้เป็นผลไม้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก พุทรานมสดจึงเป็นที่ต้องการของตลาดและมีราคาที่ค่อนข้างสูง เพราะไม่ใช่แค่เพียงคนในพื้นที่หรือคนไทยเท่านั้นที่ชื่นชอบรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของผลไม้ชนิดนี้ แต่ความนิยมนี้ยังแพร่หลายไปสู่ชาวต่างชาติด้วย ทำให้พุทรานมสดเป็นทั้งผลไม้ที่สามารถส่งขายได้ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ จนเรียกได้ว่าผลิตไม่ทันขายเลยทีเดียว

คุณปรมินทร์ กีรติเสริมสิน หรือ คุณจ๊อบ ลูกชายของ คุณสมศักดิ์ กีรติเสริมสิน เจ้าของสวนพุทรานมสด “ไร่จุ่นจันทร์” ที่ตั้งอยู่ริมถนนตรงข้ามกับหลักกิโลเมตรที่ 13 ถนนเส้นวิ่งตัดปากช่อง-วังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ปลูกพุทรานมสดเพื่อส่งขายให้กับทั้งนักท่องเที่ยว คนในพื้นที่ รวมถึงส่งออกไปขายยังต่างประเทศด้วย ซึ่งถือเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัวได้เป็นอย่างดี

ก่อนจะพูดถึงความเป็นมาของพุทรานมสดหรือความเป็นมาของไร่จุ่นจันทร์ คงต้องเกริ่นก่อนว่า “พุทรานมสด” นั้น เป็นชื่อที่เกิดมาจากความหวาน กรอบ และกลิ่นหอมนมสด อันเป็นเอกลักษณ์ของผลไม้ชนิดนี้ ส่วนชื่อของสายพันธุ์นั้นก็มีที่มาจากปุ๋ยหัวเชื้อนมสดที่ใช้ โดยเมื่อได้รับสารอาหารจากปุ๋ยก็จะทำให้ผลที่ออกมามีรสชาติหวานและมีกลิ่นนมสดอันเป็นที่มาของชื่อสายพันธุ์นั่นเอง

คุณปรมินทร์ เล่าถึงการเริ่มทำสวนพุทราไร่จุ่นจันทร์ว่า เดิมทีคุณสมศักดิ์ผู้เป็นบิดาได้เริ่มต้นทำสวนอยู่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากที่ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย จึงได้เริ่มต้นทำสวนพุทรานมสดที่อำเภอวังน้ำเขียว บนพื้นที่กว่า 45 ไร่ สำหรับต้นพุทรานมสดของสวนนั้นเป็นลูกผสมระหว่างพันธุ์จูจุ๊บ ฮันนี่ จากไต้หวัน และพันธุ์ดกพิเศษ ส่วนปุ๋ยที่ให้นั้นก็เป็นปุ๋ยหัวเชื้อนมสดที่นำมาเลี้ยงกับจุลินทรีย์ชีวภาพทำให้ได้ออกมาเป็นพุทรานมสดที่มีคุณภาพและเป็นที่นิยมของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก